เทคนิคปราบฝ้าให้อยู่หมัด

ฝ้ากระหน้าใส

ฝ้าถือได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง โดยเป็นการเกิดขึ้นจากการทำงานที่ผิดพลาดของเม็สี ในผิวหนัง ที่ได้รับการกระตุ้นจากแสงแดด ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีที่เข้มกว่าสีของผิวปกติ ส่งผลทำให้เกิดความไม่สวย ไม่เนียนเกิดขึ้นบนผิวหน้า

ฝ้าเมื่อเป็นแล้วรักษาให้หายได้ยาก และมักจะมีขั้นตอนการรักษาที่ต้องอาศัยเทคนิคทางการแพทย์มากมาย อย่างไรก็ตามจากการค้นคว้า พบว่าฝ้านั้นสามารถถูกปราบได้เช่นกัน โดยการรักษาด้วยยาสูตรธรรมชาติ ดังต่อไปนี้

  1. สูตรมะขามเปียกรักษาฝ้า เป็นสูตรที่ได้รับความนิยมมาเนิ่นนาน (ขนาดยารักษาฝ้าหลายสูตร ก็นำเอามะขามเปียกเป็นส่วนผสมหลัก) เพราะมะขามเปียก จะมีฤทธิ์เป็นกรด และช่วยในการขจัดเซลล์ผิวหน้าที่เก่า กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ฝ้าดูจางลง และช่วยลดรอยด่างดำต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าของเราให้หายไปอีกด้วย การใช้งานให้นำเอามะขามเปียก (เอาแต่เนื้อ) มาผสมน้ำนิดหน่อย ให้พอกหน้าได้ง่าย
  2. หัวไชเท้า เป็นสมุนไพรอีกประเภทหนึ่ง ที่ช่วยในการรักษาฝ้าได้อย่างชะงัด เพราะหัวไชเท้า จะมีสารที่ช่วยล้างสิ่งสกปรกในรูขุมขน และช่วยกระชับรูขุมขน ตลอดจนช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้วออกจากผิวหน้า ทำให้ฝ้าจางลง (หากใช้เป็นประจำ) โดยการใช้หัวไชเท้านำมาบดผสมกับน้ำมะนาวนิดหน่อย จากนั้นนำเอาไปพอกที่ใบหน้าเป็นเวลา 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  3. ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการกำจัดฝ้าเช่นกัน เพราะในส่วนของวุ้นว่านหางจระเข้มีวิตามิน ที่ช่วยปรับการทำงานของเซลล์เม็ดสี ซึ่งอยู่ในผิวหนัง ทำให้ฝ้าแลดูจางลง อีกทั้งว่านหางจระเข้ยังสามารถที่จะลดรอยด่างดำ และรอยคล้ำต่างๆ ให้จางหายไปได้ เพียงแค่นำเอาว่านหางจระเข้มาประมาณ 4-5 หาง (ชิ้น) จากนั้นฝานเอาแต่ส่วนวุ้นด้านในมาทาที่ใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออก ทำเป็นประจำ จะช่วยให้ฝ้าจางลง อย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม การรักษาฝ้าที่กล่าวมานี้ เป็นวิธีที่ช่วยรักษาเท่านั้น หากต้องการรักษาฝ้าให้หายขาดได้อย่างเป็นระบบ ต้องมีการมีการปฏิบัติตนดังต่อไปนี้

  1. ไม่ควรออกไปเจอแสงแดด โดยเฉพาะแสงแดดในช่วง 10.00 – 15.00 น. เพราะอย่างที่รู้กันว่าภาวะของฝ้า เกิดจากการทำงานผิดพลาด อันเนื่องมาจากผิวต้องเจอแดด ดังนั้น หากไม่จำเป็นไม่ควรออกไปเจอแดดในเวลาดังกล่าว แต่ถ้าหากมีความจำเป็น อาจจะต้องเลือกใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูง ๆ ที่จะช่วยป้องกันผิวสวยๆ ของเราจากแสงแดดได้ อย่างไรก็ตามหากเป็นการออกไปเผชิญแดดที่ไม่แรงนัก เช่น อยู่ในบริเวณบ้าน ก้อาจจะเลือก SPF สักประมาณ 20-30 ก็พอแล้ว
  2. การรักษาฝ้า ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยการใช้สูตรสมุนไพรต่างๆ ในการช่วยป้องกันการเกิดฝ้า และทำให้ฝ้าที่มีอยู่แล้วจางลง เพราะสมุนไพรบางชนิด เช่น มะขามเปียก หัวไชเท้า ว่านหางจระเข้ ใบบัวบก ฯลฯ มีส่วนช่วยในการลบเลือฝ้า และริ้วรอยไม่งามต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวได้ อย่างไรก็ตามหากไม่สะดวกในการหาสมุนไพรเหล่านี้มาใช้งาน อาจจะลองใช้เป็นครีมสกัด ที่มีขายกันทั่วไปก็ได้ เพราะปัจจุบันมีการสกัดเอาสรรพคุณของสมุนไพรเหล่านี้มาใช้งานเพื่อรักษาฝ้ากันอย่างแพร่หลาย
  3. การรักษาฝ้า ด้วยเลเซอร์ เป็นกรรมวิธีการรักษาฝ้า ด้วยเลเซอร์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาฝ้าอย่างถาวร วิธีการนี้ได้รับความนิยมในปัจจุบันมาก เพราะสามารถรักษาฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามกระบวนการรักษาฝ้า ด้วยการทำเลเซอร์นี้ เป็นกรรมวิธีที่มีราคาแพง และหลังการเข้าทำกระบวนการต้องมีวิธีการดูแลผิวแบบพิเศษอีกด้วย
  4. การรักษาฝ้า ด้วยการฉีดยารักษาฝ้า เข้าไปในชั้นผิว ซึ่งยาจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเซลล์ผิว ทำให้ฝ้าจางลงได้อย่างรวดเร็ว วิธีการนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ในการรักษาฝ้าที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเห็นผลเร็วมากกว่าการรักษาด้วยสมุนไพร แต่วิธีนี้จะไม่ทำให้รักษาฝ้าได้ 100% ทำได้เพียงแค่ให้ฝ้านั้นจางลงไปเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าการรักษาฝ้าแต่ละแบบนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นขั้นตอนที่ยาก และไม่ทำให้ฝ้าหายอย่างถาวร แต่ก็สามารถป้องกันและยับยั้งได้ค่ะ