เลเซอร์ (Laser) รักษาฝ้ากระ

laser ipl

ฝ้าและกระ ถือได้ว่าเป็นปัญหาผิวหนัง ที่น่าหนักใจ เพราะรักษาให้หายได้ยากมากเลยทีเดียว เพราะมปัญหาของใ และกระนั้นอยู่ที่ใต้ผิวหนัง ที่มีการทำงานผิดพลาด ดังนั้นหากต้องการรักษาฝ้า หรือกระให้หายขาด จำเป็นจะต้องลงลึกถึงชั้นใต้ผิวหนังเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่า วิธีการที่จะสามารถทำได้ ก็คือการยิงเลเซอร์เข้าไป

กระบวนการยิงเลเซอร์เข้าไปสลายฝ้า กระนั้นเป็นกรรมวิธีที่คิดค้นขึ้นมาแทนการผ่าตัด เพราะสามารถที่จะประหยัดเวลา และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นมากนัก เลเซอร์ที่นิยม ในการทำนำมาใช้กำจัดปัญหา ฝ้า กระ ปัจจุบัน นิยมใช้ดังนี้

  1. Laser IPL ( Intense Pulsed Light ) เป็นเลเซอร์ชนิดหนึ่ง ที่มีการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้สามารถยิงพลังงามความเข้มข้นสูงให้เข้าสู่ผิวหนัง เพื่อสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้สามารถที่จะขับสลาย ลบเลือนริ้วรอยต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็น รอยเหี่ยวย่น กระ ฝ้า สิว ฯลฯ นอกจากนั้นยังช่วยทำให้ผิวดูขาวสะอาด ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวลมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นเทคโนโลยีกำจัดฝ้า ที่ได้รับความนิยมสูง เพราะนอกจากจะกำจัดส่วนที่เป็นฝ้า หรือกระแล้ว ยังสามารถที่จะเสริมสร้างความชุ่มชื้น และยืดหยุ่นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี

สำหรับขั้นตอนการรักษาฝ้า โดยการใช้ Laser IPL นั้นจะเริ่มจากการที่แพทย์ นำมาเอาเจลเย็นมาทาที่บริเวณที่เกิดปัญหา จากนั้นจึงจะมีการยิง Laser IPL (ผู้เข้ารับการรักษาควรสวมแว่นดำสำหรับป้องกันแสง) เข้าที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งผู้เข้ารับการรักษาจะไม่รู้สึกเจ็บมากนัก การรักษาฝ้า กระ ด้วย Laser IPL นั้นจะกินเวลาราวๆ 15-30 นาที และต้องทำ 4-6 ครั้ง(เว้นระยะห่างเดือนละครั้ง) จึงจะเริ่มเห็นผลว่าฝ้า และกระนั้นค่อยๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับการทำ Laser IPL นั้นจะมีผลข้างเคียง คือ จะรู้สึกร้อนที่ผิวหนังบริเวณที่เข้ารับการรักษา หรืออาจจะมีรอยแดงบ้าง แต่จะหายไปเองในระยะเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

  1. Q-Switched ND YAG เป็นการใช้เลเซอร์ในการรักษาฝ้า กระ ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะค่อนข้างที่จะปลอดภัย และมีผลข้างเคียงที่น้อย ตลอดจนสามารถใช้กับสภาพผิวได้ทุกแบบ หลักการในการใช้ Q-Switched ND YAG รักษาฝ้าส คือ แพทย์จะทำการยิงแสงอนุภาค จากเครื่องยิงเลเซอร์ เข้าสู่ผิวหนัง จากนั้นเลเซอร์จะเข้าไปทำให้เซลล์เม็ดสีนั้นแตกตัว ก่อนที่เม็ดเลือดดขาวจะเข้ามากำจัดเซลล์เม็ดสีที่แตกตัวแล้วเหล่านี้ โดดยการย่อยสลายทิ้ง จึงไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ แก่ร่างกายได้เลย

สำหรับการยิง Q-Switched ND YAG เข้าสู่ร่างกาย แล้วจะไม่รู้สึกว่าเจ็บแต่อย่างใด เพราะเป็นเลเซอร์ที่ทำลายเฉพาะจุด ไม่ส่งผลเสียต่อเซลล์ข้างเคียง อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางรายอาจจะรู้สึกว่ามีผลข้างเคียงอยู่บ้าง เช่น อาจเกิดอาการบวม แดง ในระยะแรกหลังเข้ารับการทำ Laser ซึ่งไม่ถือว่าร้ายแรงแต่อย่างใด หากปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้นแล้ว การทำ Q-Switched ND YAG ยังช่วยในเรื่องของการสร้างผิวที่ขาวใส มีความชุ่มชื้นอีกด้วย โดยจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าจะเป็นการรักษาฝ้า ที่มีประสิทธิภาพ (ทั้ง IPL และ Q-Switched ND YAG) แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากบอกสำหรับผู้เข้ารับการรักษา คือ การใช้ Laser นั้นเป็นเพียงแค่กรรมวิธีการรักษาเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าใช้แล้วจะหายขาด แต่ถ้าหากใช้งานอย่างต่อเนื่องแล้ว ปัญหาเรื่องของกระและฝ้า จะค่อยๆ จางลง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยเช่นกัน แต่สำหรับผู้ที่เข้ารับการทำ Laser เพื่อรักษาฝ้า และกระมาแล้ว อาจจะต้องมีการดูแลตัวเองหลังการทำ Laser ดังนี้

– ควรจะมีการหลีกเลี่ยง การโดนแดดโดยตรง โดยเฉพาะแดดช่วง 10.00-15.00 ที่มีความเข้มของรังสี UV ที่ทำให้เกิดฝ้าได้มาก นอกจากนั้นแล้ว ควรใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ อยู่เสมอ (แนะนำ SPF 50 PA+++)

– ใช้ครีมบำรุงผิว สูตรป้องกันฝ้า ตลอดจนมีการทำทรีตเมนต์หน้า ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ผิวได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ อันเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันไม่ให้เกิดฝ้าได้นั่นเอง

– ไม่ควรใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฝ้า เช่น ยาประเภทที่กระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งเป็นตัวต้นเหตุของการเกิดฝ้า