เทคโนโลยีความงาม Archive

เทคนิคปราบฝ้าให้อยู่หมัด

ฝ้าถือได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง โดยเป็นการเกิดขึ้นจากการทำงานที่ผิดพลาดของเม็สี ในผิวหนัง ที่ได้รับการกระตุ้นจากแสงแดด ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีที่เข้มกว่าสีของผิวปกติ ส่งผลทำให้เกิดความไม่สวย ไม่เนียนเกิดขึ้นบนผิวหน้า ฝ้าเมื่อเป็นแล้วรักษาให้หายได้ยาก และมักจะมีขั้นตอนการรักษาที่ต้องอาศัยเทคนิคทางการแพทย์มากมาย อย่างไรก็ตามจากการค้นคว้า พบว่าฝ้านั้นสามารถถูกปราบได้เช่นกัน โดยการรักษาด้วยยาสูตรธรรมชาติ ดังต่อไปนี้ สูตรมะขามเปียกรักษาฝ้า เป็นสูตรที่ได้รับความนิยมมาเนิ่นนาน (ขนาดยารักษาฝ้าหลายสูตร ก็นำเอามะขามเปียกเป็นส่วนผสมหลัก) เพราะมะขามเปียก จะมีฤทธิ์เป็นกรด และช่วยในการขจัดเซลล์ผิวหน้าที่เก่า กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ฝ้าดูจางลง และช่วยลดรอยด่างดำต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าของเราให้หายไปอีกด้วย การใช้งานให้นำเอามะขามเปียก (เอาแต่เนื้อ) มาผสมน้ำนิดหน่อย ให้พอกหน้าได้ง่าย หัวไชเท้า เป็นสมุนไพรอีกประเภทหนึ่ง ที่ช่วยในการรักษาฝ้าได้อย่างชะงัด เพราะหัวไชเท้า จะมีสารที่ช่วยล้างสิ่งสกปรกในรูขุมขน และช่วยกระชับรูขุมขน ตลอดจนช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้วออกจากผิวหน้า ทำให้ฝ้าจางลง (หากใช้เป็นประจำ) โดยการใช้หัวไชเท้านำมาบดผสมกับน้ำมะนาวนิดหน่อย จากนั้นนำเอาไปพอกที่ใบหน้าเป็นเวลา 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการกำจัดฝ้าเช่นกัน เพราะในส่วนของวุ้นว่านหางจระเข้มีวิตามิน ที่ช่วยปรับการทำงานของเซลล์เม็ดสี ซึ่งอยู่ในผิวหนัง ทำให้ฝ้าแลดูจางลง อีกทั้งว่านหางจระเข้ยังสามารถที่จะลดรอยด่างดำ

Treatment หน้าใสคืออะไร หน้าใสจริงหรือ?

แน่นอนว่าสาวๆ ในยุคนี้ สิ่งแรกที่จะต้องคำนึงถึงเลย ก็คือเรื่องความสวยความงาม โดยเฉพาะในเรื่องของผิวหน้า และผิวพรรณ เพราะบ้านเรานิยมที่จะมีผิวขาวกระจ่างสวย ซึ่งดูดีและดึงดูดได้มากกว่าผิวเข้ม และผิวที่มีริ้วรอยด่างดำ ดูไม่สวย สาวๆ จึงมักจะจะหาวิธีในการทำให้หน้าสวยใสอยู่ตลอด ซึ่งก็มีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทำ Laser หรือแม้ต่การทำ ทรีตเมนต์หน้าด้วยกรรมวิธีต่างๆ สำหรับการทำทรีตเมนต์ใบหน้า นั้นจะเป็นกรรมวิธีการทำให้หน้าใส ที่ไม่จำเพาะเจาะจงว่าจะรักษาปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่โดยรวมแล้วเป็นการทำให้ผิวหน้าดูขาวใส รักษาปัญหาต่างๆ ที่เกิดกับผิวหน้า โดยที่สาวๆ ไม่จำเป็นจะต้องไปเสี่ยงกับเข็ม แสงเลเซอร์ หรือมีดผ่าตัด เพราะกรรมวิธีเหล่านั้นมักจะสร้างความระคายเคืองและผลข้างเคียงไม่มากก็น้อย แก่ผิวหน้าของสาวๆ นั่นเอง ดังนั้นสาวๆ หลายคนจึงนิยมหันมาทำทรีตเมนต์หน้าใสแทน ซึ่งจะเป็นการกำจัดริ้วรอยต่างๆ ของผิวหน้าโดยไม่จำเป็นจะต้องลงลึกเหมือนการทำหน้าใสด้วยวิธีอื่นๆ อีกทั้งราคายังไม่แพงมากนักและในเมืองไทยก็มีให้บริการหลายที่อีกด้วย การทำทรีตเมนต์หน้าใส ที่ได้รับความนิยม มีดังนี้ AHA Treatment เป็นกรรมวิธีการทำทรีตเมนต์หน้าใส ด้วยการใช้กรดผลไม้ เช่น กรดที่ได้จากผลมะละกอ กรดจากอ้อย เป็นต้น ซึ่งกระบวนการทำ AHA Treatment

เลเซอร์ (Laser) รักษาฝ้ากระ

ฝ้าและกระ ถือได้ว่าเป็นปัญหาผิวหนัง ที่น่าหนักใจ เพราะรักษาให้หายได้ยากมากเลยทีเดียว เพราะมปัญหาของใ และกระนั้นอยู่ที่ใต้ผิวหนัง ที่มีการทำงานผิดพลาด ดังนั้นหากต้องการรักษาฝ้า หรือกระให้หายขาด จำเป็นจะต้องลงลึกถึงชั้นใต้ผิวหนังเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่า วิธีการที่จะสามารถทำได้ ก็คือการยิงเลเซอร์เข้าไป กระบวนการยิงเลเซอร์เข้าไปสลายฝ้า กระนั้นเป็นกรรมวิธีที่คิดค้นขึ้นมาแทนการผ่าตัด เพราะสามารถที่จะประหยัดเวลา และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นมากนัก เลเซอร์ที่นิยม ในการทำนำมาใช้กำจัดปัญหา ฝ้า กระ ปัจจุบัน นิยมใช้ดังนี้ Laser IPL ( Intense Pulsed Light ) เป็นเลเซอร์ชนิดหนึ่ง ที่มีการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้สามารถยิงพลังงามความเข้มข้นสูงให้เข้าสู่ผิวหนัง เพื่อสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้สามารถที่จะขับสลาย ลบเลือนริ้วรอยต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็น รอยเหี่ยวย่น กระ ฝ้า สิว ฯลฯ นอกจากนั้นยังช่วยทำให้ผิวดูขาวสะอาด ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวลมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นเทคโนโลยีกำจัดฝ้า ที่ได้รับความนิยมสูง

หน้าสวยใสด้วย เลเซอร์ (Laser)

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีด้านต่างๆ ที่ก้าวไกล สามารถทำให้เรานั้นนำเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาใช้ในเรื่องของการแพทย์ หรือความงามได้อย่างไม่มีขีดจำกัด โดยเฉพาะเทคโนโลยีของ Laser ที่นำเอามาใมช้ด้านการศัลยกรรม ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะมีประสิทธิภาพสูง และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงมากนักนั่นเอง ดังนั้นเรามักจะเห็นว่า ไม่ว่าเป็นการแพทย์ หรือศัลยกรรมด้านไหน ก็มักจะมีการนำเอาเครื่องมือสำหรับยิงอนุภาค Laser ออกมาใช้แทบทั้งสิ้น เพราะอย่างที่บอกว่า ง่ายและมีผลกระทบน้อยกว่าเทคนิคอื่นๆ อยู่มากเลยทีเดียว สำหรับ Laser ที่นิยมใช้ในด้านการทำ ศัลยกรรมและความงามนั้น มีดังต่อไปนี IPL ( Intense Pulsed Light ) หรือ EPL เป็นการนำเอาเลเซอร์ มาจัดการกับปัญหาผิว ต่างๆ เช่น ริ้วรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ ฝ้า กระ ความหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ฯลฯ โดยเลเซอร์ประเภทนี้ จะเป็นการยิงพลังงานความเข้มข้นสูง เข้าสู่ชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างอีลาสติน และคอลลาเจน

หน้าตึงสวยยกกระชับ ด้วยเทคนิคการแพทย์

เป็นที่แน่นอนว่า เมื่อมนุษย์เรานั้นมีอายุที่สูงวัยมากขึ้น ร่างกายก็เริ่มที่จะเสื่อมลงตามวัยที่ล่วงเลยไป และสิ่งที่จะตามมาคือริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์ที่เพิ่มขึ้นตามผิวหน้า ส่งผลให้ความสวยงามที่เคยเปล่งปลั่งเต่งตึงนั้นหมองลง ดังนั้นมนุษย์เราจึงมีการคิดค้นเครื่องสำอาง หรือเทคนิคต่างๆ ที่ช่วยในการกระชับผิวหน้าให้ดูเต่งตึงอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามเทคนิคการยกกระชับหน้านั้น ในปัจจุบันมีอยู่หลากหลายวิธีด้วยกัน ดังต่อไปนี้ 1.  เทคนิคการยกกระชับผิวหน้าด้วยเลเซอร์ยกกระชับ หรือ Tightening Laser          เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่เหมาะสำหรับผู้ที่ยังมีอายุน้อย หรือหนุ่มสาว วัยรุ่น ทั้งนี้เพราะวัยนี้เป็นวัยที่หากมีปัญหาผิวหน้าไม่ชับ ไม่ตึง หรือริ้วรอยต่างๆ ก็จะยังถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่หนักเท่ากับวัยอื่นๆ นอกจากนั้นแล้วการทำเลเซอร์ยกกระชับ ยังช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลบเลือนริ้วรอยต่างๆ ลดการหย่อนคล้อยของผิวหนัง รูขุมขนกระชับมากขึ้น การทำเลเซอร์ประเภทนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่องจึงจะได้ผล แต่ข้อดีของมันคือ กระบวนการทำไม่เจ็บ และมีราคาที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับเทคนิคอื่นๆ 2.  เทคนิคการยกกระชับผิวหน้า ด้วยคลื่นวิทยุเทอร์มาจ หรือ Thermage Monopolar Radio Frequency เป็นเทคนิคที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยหรือเกิดริ้วรอยอย่างชัดเจน แต่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องได้ วิธีนี้จะใช้การส่งผ่านความร้อนและคลื่นวิทยุลงไปช่วยในการรักษาฟื้นฟูผิวหนังบริเวณที่หย่อนคล้อย โดยหลักการทำงานของมันก็คือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) โบท็อกซ์คืออะไร?

  แน่นอนว่าหากเอ่ยถึงกรรมวิธีการทำให้ใบหน้าตึงไร้ริ้วรอย และดูเรียวสวย ทำให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยนั้นกลับมาเรียบเนียนได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการผ่าตัด หนึ่งในวิธีที่สาวๆ หลายคนนิยมทำกันมาก ก็คงหนีไม่พ้นการฉีด“โบท็อกซ์ (Botox)” ทั้งนี้เพราะมีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลลัพธ์ ที่สามารถเห็นได้อย่างรวดเร็ว และการไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว หรือพักฟื้นหลังการผ่าตัด หรือการทำกระบวนการยกกระชับหน้าด้วยวิธีต่างๆ นอกจากนั้นแล้วยังมีราคาที่ถูกมากกว่าวิธีการอื่นๆ อีกด้วย ทำให้การฉีดโบท็อก ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน ก่อนอื่นเรามารู้จักกันก่อน ว่า “โบท็อกซ์ คืออะไร” โบท็อกซ์นั้นเป็นสารที่สกัดจากธรรมชาติ โดยมีการสังเคราะห์เอาโปรตีนออกมาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งจะมีสรรพคุณในการช่วยคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่เกิดการหกตัวไม่ว่าจากสาเหตุใด เมื่อทำการฉีดโปรตีนดังกล่าวเข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อที่หดตัวแล้ว ตัวสารดังกล่าวนั้นจะเข้าไปจับตัวกับปลายประสาท ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ เกิดการคลายตัว และส่งผลให้ริ้วรอยต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นหายไป เกิดความเต่งตึง รู้สึกถึงผิวพรรณที่กระชับตัวมากยิ่งขึ้น โดยกระบวนการนี้ จะทำให้ริ้วรอยหายไปได้ประมาณ 4 เดือนเลยทีเดียว การเข้ารับ “การฉีดโบท็อกซ์” นั้น แพทย์จะทำการฉีดสารโบท็อกซ์ เข้าสู่บริเวณที่เกิดปัญหาผิวพรรณที่เกิดริ้วรอยขึ้น (ก่อนเข้าทำกระบวนการ จะมีการปรึกษาและวางแผนกันอย่างละเอียด) โดยจะใช้ปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละคน ในบางกรณีอาจจะมีการประคบเย็น หรือฉีดยาชาก่อนการฉีดเพื่อป้องกันการเจ็บปวด แต่โดยทั่วไปแล้วผู้เข้ารับการฉีดโบท็อกซ์ นั้นจะไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนัก

ร้อยไหมคืออะไร? ร้อยไหมดีป่าว?

    ก็อย่างที่รู้กันว่า ในปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ และการศัลยกรรมนั้นได้พัฒนาไปอย่างก้าวไกลมาก โดยเฉพาะด้านความสวยความงามที่ต้องบอกว่ามมีหลายหลายนวัตกรรมออกมาให้ใช้บริการกันอยู่เป็นประจำ สำหรับนวัตกรรมที่จะกล่าวถึงนี้เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้รักความงาม เพราะทำได้ง่ายและเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น ตลอดจนมีผลข้างเคียงน้อยมาก เทคนิคดังกล่าวก็คือ เทคการร้อยไหม นั่นเอง ร้อยไหมคืออะไร? ร้อยไหมดีป่าว? การร้อยไหมนั้น เป็นนวัตกรรมที่ช่วยปรับปรุงรูปหน้าคนได้ โดยมีความเชื่อกันว่ารูปหน้าที่สวยที่สุดของคนเรานั้นจะต้องมีลักษณะเป็นรูปไข่ หรือ V-Shape (คางเรียวแหลม) โดยวิธีการทำ จะใช้เส้นไหมแบบพิเศษ ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับนวัตกรรมนี้โดยเฉพาะ ร้อยเข้าไปยกกระชับใบหน้าของผู้ที่ต้องการมีใบหน้าเรียวสวย ผลที่ได้ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างของใบหน้า เพราะมีไหมเข้าไปเป็นตัวดึงรั้ง อีกทั้งไหมจะช่วยเป็นตัวกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้ดีมากขึ้นอีกด้วย ไหมที่นิยมใช้กัน ในนวัตกรรมร้อยไหม คือ ไหมละลาย ที่เวลาผ่านไประยะหนึ่งร่างกายจะสามารถกำจัดเส้นไหมดังกล่าวออกไปได้เอง กระบวนการ หรือกรรมวิธีการร้อยไหมนั้น ส่วนใหญ่จะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ผู้เข้ารับการร้อยไหม จะต้องเตรียมตัวโดยการเข้าปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อรู้วิธีปฏิบัติตนก่อนเข้ารับกระบวนการร้อยไหม โดยปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น จึงควรเลือกสถานประกอบการที่ไว้ใจได้ เมื่อเตรียมความพร้อมแล้ว ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการ โดยขั้นแรกแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงหน้า เพื่อวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วจึงทำความสะอาดใบหน้าของผู้เข้ารับการร้อยไหมให้สะอาด ล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้าให้หมด แพทย์จะทำการทายาชาบริเวณที่จะต้องมีการร้อยไหม (แพทย์จะมาร์กเอาไว้)

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับมาร์คหน้ากาก

มันเป็นเทรนใหม่ที่จะ Selfie ด้วยการมาร์คแผ่นหน้ากาก มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ ที่สาวๆในยุคแสนขี้เกียจแบบนี้จะใช้ แผ่นมาร์คหน้ากาก เพียงแค่ฉีกซอง แปะบนหน้า แล้วลูบเบาๆ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี ใครๆต่างก็ใช้ทั้งนั้น แต่จะมีใครบ้างที่ รู้เกี่ยวกับมาร์คหน้ากาก บ้างว่า มีความเป็นมาอย่างไร ใช้งานอย่างไรให้ถูกวิธี มาร์คหน้ากากนั้นดีอย่างไร มาร์คหน้ากาก ( Sheet Mask ) นั้นทำจากแผ่นผ้าฝ้ายบางๆ ราดน้ำสูตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หน้าขาวใส ริ้วรอย สิว เพิ่มความชุ่มชื่น ฟังดูดีมากๆ และง่ายสุดๆในการใช้งาน แต่มันจะดูเกินความจริงไปหรือไม่? Debbie Palmer, แพทย์ผิวหนังนิวยอร์ก อธิบาย“สิ่งที่ตวรรู้เกี่ยวกับมาร์คหน้ากาก” ก่อนใช้เพื่อได้รับประโยชน์จาก มาร์คอย่างแท้จริง ส่วนผสมในมาร์คนั้นไม่แตกต่างกัน อย่าปล่อยให้การตั้งชื่อหลอกลวงคุณ สูตรที่ใช้ส่วนมากจะเป็นซีรั่ม ที่มีกรดอะมิโน และแร่ธาตุ เพราะดูซึมได้ดีกับผ้าฝ้ายที่ใช้ทำมาร์ค ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง มีริ้วรอย สะดวกสบายในการใช้ สามารถพกพาไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะคุณจะเดินทางไปส่วนไหนของโลก

5 ขั้นตอนเมคอัพริมฝีปากให้อวบอิ่ม

คุณเคยนึกอิจฉา ริมฝีปากอันอวบอิ่ม ของ แองเจลิน่า โจลี่ หรือไม่ ? น่าเสียดายที่ทุกคนไม่สามารถเกิดมาพร้อมกับริมฝีปากอวบอิ่มนั้นได้ แต่ทุกๆคนสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ นี่คือ “5 ขั้นตอนเมคอัพริมฝีปากให้อวบอิ่ม” จาก MJ Forte, ช่างแต่งหน้าในมหานครยิวยอร์ค     1. ) ปกปิด ตบเบาๆ ด้วยคอนซีลเลอร์ กลางริมฝีปากล่างของคุณ มันจะทำให้ริมฝีปาก ดูเต็มกว่าความเป็นจริง   2. ) เขียนขอบปาก เขียนขอบปากให้เลยเส้นขอบปากลงมานิดนึง เพียงแค่หนึ่งมิลลิเมตร ก็ทำให้ขนาดของปากดูกว้างขึ้น แล้วระบายขอบปากที่แท้จริงของคุณด้วยสีเดียวกัน   3. ) ใช้ลิปสติกสีอ่อน โทนสีอ่อนจะทำให้ปากดูหนา อวบอิ่ม แต่หากใช้โทนสีเข้ม จะทำให้ปากของคุณดูเล็กลง   4. ) เพิ่มความมันเงา เน้นความมันเงาให้กลางริมฝีปากล่าง ด้วยลิปกรอส จะช่วยให้ดูอวบอิ่มมากขึ้น